โปรแกรมหลีเป๊ะ มัลดีล์ฟเมืองไทย ทะเลสวยน้ำใส ดำน้ำดูปะการัง เป็นโปรแกรมที่วางแผนกัน ตั้งแต่ต้นปี52 ซึ่งกว่าจะสรุปหาวันที่ลงตัว จองตั๋วเครื่องบิน จองทัวร์ที่งานไทยเที่ยวไทยที่ศูนย์ประชุมสิริกิต์ หวุดหวิดจะไม่ได้ไปหลายที จนในที่สุดโชคชะตาก็นำพาให้ลางานกันมาได้ทุกคน ฮิ๊วววววว (ลายาวขนาดนี้ กลับมาไม่รู้เก้าอี้จะหายมั้ย)
มาเที่ยวทั้งที ทางโซนี่ฝากกล้องวีดีโอ Sony Handycam HDR-CX150 มาให้ทดลองใช้ ผมค่อนข้างถูกใจในเรื่องของขนาดกล้องที่เล็ก เบา น้ำหนักเพียง 2 ขีด เมื่อเทียบกับกล้องวีดีโอตัวแรกของผม สมัยบันทึกลงเทป จนยุคแผ่นดีวีดี ตัวกล้องใหญ่หนัก แต่ละแผ่นถ่ายได้ยาวเพียง 20 กว่านาที ต้องขนแผ่นไปเป็นกระบุง เวลาไปเที่ยวทีจึงตัดสินใจวางไว้บ้านเสียมากกว่า นึกย้อนไปก็เสียดาย ไม่รู้จะได้มาเที่ยวอีกทีเมื่อไหร่ ได้บันทึกแค่เพียงภาพนิ่ง ซึ่งไม่สามารถบรรยายอารมณ์หรือเหตุการณ์ในภาพได้เท่าภาพเคลื่อนไหว การได้กล้องวีดีโอขนาดเล็กตัวนี้ ด้วยขนาด และการบันทึกแบบฮาร์ดดิส และเมมโมรี่ตัวเล็กๆ แบบนี้ ต้องถือว่าเป็นกล้องในฝันผมเลยทีเดียว
คุณสมบัติเด่น
จุดเด่นที่สุดของกล้องรุ่นนี้ คือตัวกล้องมีขนาดเล็กแต่สามารถถ่ายวีดีโอคุณภาพสูงแบบ Full HD โดยสามารถเลือกถ่ายได้ทั้งแบบ Full HD (1920x1080, 1440x1080) และแบบ SD หลายท่านคงเกิดคำถามในใจว่าแบบ HD มันต่างกับ SD อย่างไร ถ้าจะพูดให้เห็นภาพอย่างง่าย คือระบบ SD ความละเอียดเหมือนกับการดูหนังแผ่น DVD แต่การถ่ายแบบ HD จะให้ความละเอียด และสีสันที่ดีกว่า ทั้งนี้การบันทึกวีดีโอทั้ง HD และ SD สามารถปรับระดับคุณภาพได้อีกรวม 6 ระดับ เหมือนกล้องถ่ายภาพนิ่งที่มีให้เลือกขนาดไฟล์และคุณภาพนั่นเองครับ
นอกจากจะสามารถบันทึกภาพได้ความละเอียดสูงสุดแบบ Full HD แล้ว ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด ? นิ้ว แบบ Exmor R ควมคุมด้วยตัวประมวลผล Bionz แบบใหม่ ช่วยให้ภาพวีดีโอมีสีสันสวยงามสมจริงแม้ในที่แสงน้อย ซึ่งเมื่อเทียบกับกล้องวีดีโอรุ่นเก่าของผม เวลาถ่ายที่มืดเมื่อไหร่ จะเห็นเป็นสีเทา และมีสัญญาณรบกวนในภาพสูง หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า Noise นั่นเอง การไปเที่ยวหลีเป๊ะครั้งนี้ ผมได้นำกล้อง Sony Handycam HDR-CX150 ใส่เฮ้าส์ซิ่งลงไปถ่ายใต้น้ำ ซึ่งแสงน้อยกว่าบนบกมาก ภาพยังคงสีสันสดใส ความคมชัด แต่ด้วยขนาดของกล้องที่เล็ก จึงตัดสิ่งจำเป็นอย่างแฟลชออกไป และไม่มีช่องต่อแฟลชภายนอก (แต่มีอุปกรณ์เสริมให้ซื้อเพิ่ม) ซึ่งจะจำเป็นมากหากไม่มีเซ็นเซอร์แบบ Exmor R มาช่วย คงไม่ได้ภาพกลับมา
ถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 3 ล้านพิกเซล
ตัวอย่างภาพนิ่งอัตราส่วน 4 :3 ถ่ายจากกล้องวีดีโอ SONY CX150
อย่างที่ผมกล่าวไปในตอนต้นแล้วว่า กล้อวีดิโอรุ่นก่อนๆที่ผมมี ค่อนข้างใหญ่ สื่อบันทึกไม่สะดวกสบายเหมือนกล้องวีดิโอรุ่นใหม่ๆ ลำพังแค่ผมพกกล้อง DSLR กับเลนส์ครอบจักรวาล 1 ตัวก็ถือเป็นภาระอันหนักอึ้งในการเที่ยวของผม จนบางครั้งทำให้หมดสนุกเพราะทั้งหนัก และห่วงของ เมื่อได้กล้องวีดิโอตัวเล็กมาทดสอบในครั้งนี้ ดูจากเสป็คแล้วสามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ผมถือว่าเพียงพอสำหรับการอัดภาพขนาดจัมโบ้ จึงตัดสินใจ ไม่พกกล้องตัวใหญ่ไป จากการได้ใช้งานจริง คุณภาพรูปถือว่าปานกลาง มีข้อดีคือระบบ Face Detection ในระหว่างเราถ่ายภาพเคลื่อนไหว กล้องจะทำการค้นหาหน้าคน ถ้าเจอหน้าปุ๊บ กล้องจะถ่ายภาพนิ่งระหว่างถ่ายวีดีโอทันที(ข้อดีที่กล้องตัวใหญ่ของผมทำไม่ ได้) โดยไม่ต้องกดหยุดเปลี่ยนโหมดให้เสียเวลา โดยโหมด Face Detection สามารถตั้งค่ารอยยิ้มได้ จะยิ้มมากยิ้มน้อยถึงจะถ่าย ซึ่งผมถือว่าเป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่น่าสนใจ
โหมด Face Detection ถ่ายภาพนิ่งเมื่อค้นพบใบหน้าในระหว่างถ่ายวีดีโอ
เลนส์ซูม Carl Zeiss Vario-Tessar ซูมได้ถึง 25 เท่า
หลังจากเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งทางฟ้า ทางบก ทางน้ำ ได้นอนเต็มอิ่มบนเกาะสวรรค์ 1 คืน ตื่นเช้าอย่างสดใส นั่งรับประทานอาหารเช้า ณ จุดชมวิวของรีสอร์ท เห็นเรือใบเล่นอยู่ไกลๆ เลยลองพลังเลนส์ซูม Carl Zeiss Vario-Tessar ที่ซูมได้ถึง 25 เท่า มาพร้อมกับระบบกันสั่น Steady Shot ช่วยให้ถ่ายภาพเรือใบได้ง่ายขึ้น สั่นไหวน้อยลง แต่มีข้อแนะนำว่าจะถ่ายโดยใช้มือแนะนำให้ซูมแค่ครึ่งเดียวพอ แต่หากจำเป็นต้องซูมมากกว่านั้น ควรใช้ขาตั้งกล้องหรือหาที่วางเหมาะๆ ซึ่งตอนถ่ายเรือใบ ผมเอาศอกตั้งอยู่บนระเบียง ระบบโฟกัสเร็วมากและค่อนข้างแม่นยำ ยกเว้นในที่แสงน้อยหรือใต้น้ำจะมีวืดบ้างเล็กน้อย
ถ่ายจากระเบียงแบบไม่ซูม
ซูมสูงสุดของกล้อง 25 X
เมมโมรี่ภายใน 16 GB สามารถใส่สื่อบันทึก Memory Stick หรือ SD Card ได้
กำหนดการเดินทางไปเที่ยวไกลครั้งนี้ จะอยู่แค่วันสองวันคงไม่คุ้มการเดินทาง พวกผมตัดสินใจจัดโปรแกรมเที่ยวถึง 5 วัน 4 คืน ด้วยเมมโมรี่ในตัวกล้องขนาด 16 GB สามารถบันทึกวีดีโอได้นาน 85 นาที ที่ความสะเอียดสูงสุด (HD FX) แต่ถ้าให้แนะนำตั้งเป็น HD FH ก็พอ จะ ได้ราวๆ 115 นาที คงไม่เพียงพอสำหรับคนบ้าถ่ายอย่างผม โชคดีที่กล้องตัวนี้สามารถใส่เมมโมรี่เสริมได้ทั้ง Memory Stick หรือ SD Card ตั้งแต่ SDHC Class 4 ขึ้นไป แต่ผมแนะนำให้ใช้เมมโมรี่สติ้กของแท้จากโซนี่ จะทำงานเร็วกว่า และไว้ใจได้ว่ากลับมาข้อมูลจะไม่หาย ล่าสุดเห็นในโบร์ชัวร์จะแถม MS มาให้อีก 8 GB ถือว่าเพียงพอสำหรับการไปเที่ยว 2-3 วัน
แบตเตอรี่ NP-FV50 ถ่ายต่อเนื่องได้ 90 นาที
แบตเตอรี่ติดกล้องรุ่น NP-FV50 ถ่ายวีดีโอต่อเนื่องก็ได้ราว 90 นาที (ถ้าใช้โหมดดูวีดีโอหรือทำอย่างอื่นจะได้นานขึ้น) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ งานใน 1 วัน เรื่องถ่านสำรองผมแนะนำถ้าจะซื้อเพิ่มซื้อก้อนกลางๆ ก็พอครับ ไม่เช่นนั้นข้อดีของกล้องขนาดเล็กมันจะเสียไป แต่ขอติเรื่องการชาร์จในชุดที่ต้องเสียบสายชาร์จผ่านกล้องโดยตรง ใช้เวลานาน ควรซื้อแท่นชาร์จแยกมาต่างหาก(จริงๆ ผมว่าควรแถม) เพื่อถนอมกล้องของเราจากความร้อนและไฟกระตุกด้วยครับ
LCD แบบทัชสกรีนขนาด 2.7 นิ้ว
จอ LCD แบบสัมผัสขนาด 2.7 นิ้ว ใช้งานง่าย เปิดกล้องปุ๊บทำงานปั๊บ ไวต่อการสัมผัส มองเห็นได้ชัดในทุกสภาพแสง และหมุนได้รอบทิศทาง สิ่งที่ไม่สะดวกคือฝาเลนส์เป็นแบบเปิดมือ หลายครั้งที่ผมเปิดกล้องแล้วตกใจทำไมภาพมืด จริงๆคือลืมเปิดฝากล้องนั่นเอง อ้อเกือบลืม กล้องรุ่นนี้ไม่มีช่องมองภาพให้ดูนะครับ
รูปร่างหน้าตาโดยรวม
ผมได้รับกล้อง Sony Handycam HDR-CX150 ก่อนวันเดินทางประมาณ 3 วัน เปิดกล่อง หยิบตัวกล้อง ผมค่อนข้างแปลกใจกับขนาดที่เล็กเพียงครึ่งฝ่ามือ อาจเพราะผมเป็นคนมือใหญ่ ขนาดเวลาถ่ายวีดีโอ ทำให้ผมนึกถึงเวลากินไอติมแม็กนั่ม ที่ผมไม่ได้กินมานานหลังจากเซเว่นเลิกโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 มองจากด้านหน้าจะเห็นปุ่มเปิดปิดฝาหน้าอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีไมโครโฟนสเตอริโอซ้ายขวาอยู่ใต้เลนส์ ด้านข้างฝั่ง LCD เปิดออกมา จะเห็นปุ่ม Playback, ปุ่มเขียนข้อมูลลงแผ่น (ต่อ USB), iAuto, และปุ่มเปิดปิดกล้อง ผมค่อนข้างถูกใจกับการจัดวางปุ่ม ที่ใช้งานง่าย ที่ใช้บ่อยก็คงจะเป็น iAuto กับ Playback ส่วนช่องที่เห็นด้านล่างมีที่ต่อสาย HDMI
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับกล้องโซนี่รุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่ง และกล้องวีดีโอ คือไม่จำกัดสื่อบันทึกอยู่เพียงเมมโมรี่สติ้กเท่านั้น ยังมีช่องใส่ เมมโมรี่ชนิด SD ที่หาซื้อง่าย และใช้งานได้ทั่วไป แต่ถ้าผมเลือกได้ก็ขอใช้เมมโมรี่สติ้กเหมือนเดิมเพราะความเร็วและความเสถียร มากกว่า ไว้ใจฝากข้อมูลได้ไม่หาย ด้านบนจะมีปุ่มซุม ปุ่มกดเปลี่ยนโหมด และปุ่มถ่ายภาพนิ่ง ส่วนด้านหลังจะมีปุ่มถ่ายวีดีโอกับช่องใส่ถ่านเหมือนกับกล้องวีดีโอทั่วไป ส่วนตัวกล้องอีกด้านมีช่องสำหรับเสียบปลั๊กชาร์จกับช่องต่อสายควบคุมสำหรับ เชื่อมต่อลงคอมพิวเตอร์
มาถึงการใช้งานกันบ้าง
วีดีโอตัวอย่างการใช้งานจริงของ SONY CX 150 ทริปหลีเป๊ะ มัลดีล์ฟเมืองไทย
ความเร็วในการเปิดกล้อง
นอกจากขนาดที่เล็กแล้ว ความเร็วในการเปิดกล้องก็เป็นข้อดีอีกจุดหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ที่แม้พลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็คงไม่ได้ภาพสำคัญ แถมเป็นหลักฐานที่ชัดเจน อย่างในเย็นวันที่สองหลังจากไปดำน้ำกันอย่างเมามัน แล้วกลับมานั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า มองเห็นเพื่อนอีกกลุ่มเพิ่งกลับมาจากการดำน้ำ ต่างโบกไม้โบกมือส่งเสียงให้ถ่ายภาพ เรือเลี้ยวอย่างเร็วผมเปิดฝาหน้าเลนส์ แล้วกางจอ LCD ภายในเวลา 1 วินาทีกว่า กล้องจะสามารถกดถ่ายวีดีโอได้ทัน ที่เพื่อนอีกคนพลาดตกน้ำเพราะแรงเลี้ยวเรือ ยังมีเวลาพอที่จะปรับไปที่โหมด Low Lux เพราะพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว หลังจากเรือจอด เพื่อนคนที่ตกเรือก็โวยวายกันยกใหญ่ว่ามีคนผลัก สุดท้ายต้องงัดหลักฐานไฟล์วีดีโอให้ดู เลยเถียงไม่ออก เพราะหลักฐานมัดแน่น เลยพาลไปโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าผลักตกเรือ
ใช้งานง่าย แม้เป็นมือใหม่
Sony Handycam HDR-CX150 ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย การจัดวางตำแหน่งเมนูและคำอธิบายการใช้งานค่อนข้างดี โดยมีโหมดอัตโนมัติให้เลือกหลายแบบ เพียงกดเข้าไปที่เมนู อย่างโหมดวัดแสง/โฟกัส ที่ช่วยในการถ่ายภาพย้อนแสงไม่ให้หน้าดำ หรืออาจจะใช้วิธีเบือกจุดวัดแสงโดยการจิ้มที่จอ LCD อย่างคลิปวีดีโอช่วงท้ายที่เป็นพระอาทิตย์ตก ซึ่งตอนถ่ายในระบบวัดแสง/โฟกัสอัตโนมัติ กล้องจะวัดแสงมืดบ้างสว่างบ้าง เพราะมีแนวโขดหินอยู่ด้านหน้า ผมใช้โหมดวัดแสง/โฟกัสแล้ว ใช้นิ้วจิ้มที่ LCD บนรูปดวงอาทิตย์ วีดีโอที่ได้ค่าแสงจะคงที่ตลอดจนกว่าจะถ่ายเสร็จ ผมถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่าย ได้คุณภาพดี แม้คุณจะเป็นมือใหม่ นอกจากนี้ยังมีโหมด x.v. Color? เพิ่มขึ้นมาโดยจะเพิ่มช่วงกว้างของสีสันอีก 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับในโหมด RGB ปกติ ช่วยให้ภาพสีสันสดใสสมจริงมากขึ้น โดยเฉพาะหากดูผ่านทีวีที่รองรับโหมดสีนี้อย่าง Sony BRAVIA HDTVs จะเห็นความแตกต่างชัดเจนมาก
โหมดสโลว์โมชั่นทำให้การถ่ายภาพสนุกขึ้น
โหมดที่ทำให้ผมและเพื่อนๆ สนุกเพิ่มขึ้นจากบรรยากาศน้ำทะเลใส หาดทรายขาว กระโดดดำน้ำดูโลกใต้ทะเล ก็คือการเก็บภาพเพื่อลง Facebook และลูกเล่นแบบโลว์โมชั่น ผมจะสั่งให้เพื่อนกระโดดน้ำ วิ่งลงทะเล หรือกระโดดถีบกันเพื่อนก็ทำหมด เพราะว่าภาพที่ได้ถ้าเคยเล่นเกมส์ต่อสู้ จะเหมือนกับภาพช้าตอนที่กำลังจะชนะ นอกจากจะสร้างความบันเทิงและสร้างสรรค์ภาพแปลกใหม่แล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ในการดูวงสวิงกอล์ฟ นกบิน หรืออะไรก็ตามที่อยากเห็นการเคลื่อนไหวช้าลง ใช้ง่ายเพียงแค่เลือกโหมด แล้วกดถ่าย กล้องจะถ่ายวีดีโอ 3 วินาทีที่ 60 ภาพต่อวินาที แล้วจึงแปลงสัญญาณให้ออกมาเป็น 12 วินาที
และที่เด็ดสุดๆ สำหรับพวกที่ไม่ต้องการคิดอะไรมากมายให้ปวดหัว แค่เพียงกดไปที่โหมด Intelligent Auto กล้องจะคำนวณให้หมดทุกอย่าง มีการปรับตั้งรูปแบบอัตโนมัติได้กว่า 60 แบบ เหมือนกล้องถ่ายรูปที่มีโหมด Scene อัตโนมัติ แต่อันนี้ซับซ้อนกว่า ตรงที่สามารถคำนวณโหมด Scene พร้อมกันได้ อย่างเช่น ถ่ายภาพคนมีวิวข้างหลังแถมดวงอาทิตย์ย้อนแสง กล้องจะขึ้นทั้งรูปโหมดถ่ายคน โหมดวิว โหมดย้อนแสงพร้อมกัน แล้วกล้องจะคำนวณแสงให้พอดีทั้งวิว ฟ้าและหน้าคน ให้ใด้ออกมาสวยสมจริงให้มากที่สุด เรียกได้ว่ากล้องเป็นสมองคิด ส่วนเราเป็นผู้ใช้แรงงาน
อุปกรณ์เสริม Marine Pack ช่วยเพิ่มโอกาสในการถ่ายภาพปะการังใต้น้ำ
ไฮไลท์ของการไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ คงจะเป็นแนวปะการังอ่อนที่สมบูรณ์ สีสวย และน้ำใส กว่าทะเลใกล้ๆ อย่างเสม็ด กุฎี หรือแม้แต่เกาะราชา เกาะไข่ เกาะเต่า ที่ผมได้มีโอกาสไปดำแบบผิวน้ำ ซึ่งแต่ละที่มีความงดงามที่แตกต่างกัน แต่ที่ที่ผมชอบคงจะเป็นที่เกาะเต่า จ.ชุมพร และการได้มาหลีเป๊ะในครั้งนี้ ก็ได้เพิ่มแนวปะการังที่ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจอีกที่ คือที่ร่องน้ำจาบัง ไม่ใช่ว่าจุดอื่นไม่สวยนะครับ แต่ผมชอบที่นี่มากที่สุด เพราะปะการังเป็นปะการังอ่อนสีสด ส่วนจุดอื่นที่ผมชอบก็คงจะเป็นปะการังสมอง แต่ถ่ายรูปมาไม่สวยเท่าไรเพราะขาดสีสัน ปลานีโม่ก็น่ารัก ที่นี่หาดูได้ง่ายใครๆ ก็ตื่นเต้นกับครอบครัวปลานีโม่ แต่ผมเองกลับชอบที่จะดูครอบครัวหอยเม่น ยิ่งอยู่รวมกันมากๆ ผมว่าดูอบอุ่นดี ลากเพื่อนไปดูไม่มีใครอยากไปกับผม คงเพราะกลัวว่าหอยเม่นจะตำ จริงๆ ในความคิดผมหอยเม่นตำไม่น่ากลัวเท่าตอนที่เอาไม้ตีให้หนามเม่นให้ละลาย
การไปดำน้ำทุกครั้ง ผมก็ได้แค่เก็บเป็นความทรงจำ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าสวยแค่ไหน ถ่ายภาพนิ่งมาก็โดนว่าว่าแต่งรูป โชคดีที่คราวนี้ ได้กล่อง Marine Pack สำหรับลงน้ำไปด้วย เลยได้ภาพปะการังสวยๆ มายืนยันแบบภาพเคลื่อนไหว (ภาพนิ่งก็ถ่ายได้)ได้บรรยากาศกว่ากันเยอะครับ
กล่อง Marine Pack สามารถลงน้ำได้ 5 เมตร ถือว่าพอแล้วสำหรับดำถ่ายปะการังน้ำตื้น หรือก็ไว้สำหรับถ่ายวีดีโอที่ทะเลได้โดยไม่ต้องกลัวน้ำเท่านั้น ไม่ได้เป็นแบบเอาจริงเอาจัง ใช้กับกล้องวีดีโอหลายสิบรุ่น ที่คู่มือจะบอกว่า ฐานยึดกล้องกับแหวนกันสะท้อนที่เข้ากับกล้องเราเป็นรุ่นไหน ถ้าตรงรุ่นก็ใช้ได้หมด
ภาพนิ่งใต้น้ำ
วิธีการใช้งานก็ไม่ยากเพียงเปิดฝา หลังจากทำความสะอาดยางโอริง แล้วก็เอาน้ำยากันไอที่แถมในกล่อง หยดลงไปที่กระจกหน้าด้านในกล่องซัก 2-3 หยด เช็ดให้แห้ง เสร็จแล้วก็เอาหลอดน้ำยาเคลือบโอริงมาทาให้ทั่วแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ลองปิดแล้วแช่น้ำเปล่าเช็ครอยรั่วซึม ถ้าไม่มีก็ใช้งานได้
ก่อนใส่กล้อง ให้พลิกจอ LCD หันออกมาข้างนอก แล้วพับกลับให้ชิดตัวกล้อง เสร็จแล้วเอาแหวนกันสะท้อนที่เป็นวงกลมสีดำ ใส่ไว้ที่หน้าเลนส์ของกล้องวีดีโอ จะมีเกลียวให้ขันเข้าไปให้แค่พออยู่ เปิดฝาเลนส์ เสียบกล้องเข้าไปในกล่อง แล้วเสียบปลั๊กสายควบคุมกล้อง ปิดฝาพร้อมลุย โดยข้างกล่องจะมีฝาสีขาว ให้เปิดออกแล้วล๊อคด้วยแผ่นพลาสติคสีเทา จะเห็นว่าข้างในจะมีกระจกสะท้อนอยู่ เวลาเราถ่ายวีดีโอ จอ LCD จะส่งภาพกลับด้านให้สะท้อนกระจกออกมาพอดี
ภาพนิ่งใต้น้ำ ถ่ายขณะถ่ายวีดีโอ
ผมกระโดดลงน้ำพร้อมคล้องกล้อง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะถ่ายอย่างไร แต่ก็ว่าไม่ได้นะครับ นานๆจะได้ว่ายน้ำทะเลใสๆ ดูปะการังสวยๆ แถมเก็บภาพได้ด้วยก็ต้องเห่อเป็นธรรมดา พอลงน้ำศึกษาการใช้งานไม่ยาก บนกล่องจะมีปุ่มควบคุมอยู่ 6 ปุ่ม มี ปุ่มเปิด/ปิด ปุ่มซูมเข้า-ออก ปุ่มถ่ายภาพนิ่ง ปุ่มถ่ายวีดีโอ ปุ่มเปลี่ยนโหมด ปุ่มมันจะแข็งนิดนึงเวลาถ่ายก็ใช้สองมือช่วยกันจับจะนิ่งกว่า แต่ที่ผมว่ายาก คือการกดกล้องลงน้ำครับ ลองนึกภาพ กล้องวีดีโอตัวเล็ก ใส่ไปในกล่องใหญ่กว่ากล้อง 5 เท่า ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ก็ให้นึกถึงเวลาเราพยายามกดลูกโป่งลงน้ำครับ ว่ามันยากขนาดไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อดีครับ เพราะมันลอยตลอดเวลากล้องเลยไม่หายไปไหน
ผมถ่ายใต้น้ำไปเรื่อยๆ จนขึ้นเรือเป็นคนสุดท้ายเกือบทุกจุด ขึ้นมาดูภาพวีดีโอใต้น้ำภาพจะออกเขียวตลอด เขียวมากบ้างเขียวน้อยบ้างก็แล้วแต่ ความลึก เพราะแสงจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าไม่อยากตั้งกล้อง หรือมาทำสีทีหลังอะไรมากมาย พกไฟฉายดำน้ำลงไปส่อง จะได้สีจริงแบบที่ตาเห็น แต่ถ้าไม่ได้พกไป ก็เปิดโหมด Low Lux ตั้งค่า WB แล้วก็กดถ่ายก็พอช่วยได้ มาทำสีเพิ่มเติ่มในคอมทีหลัง ส่วนตัวผมทำแบบนี้ เพราะยังไม่มีเงินซื้อไฟฉายใต้น้ำ ต้องยอมเหนื่อย เพราะแต่ละที่ค่าสีต่างกัน แถมต้องจำอีกว่าของที่เราถ่ายมาเราเห็นเป็นสีอะไร มีอีกวิธีคือหาฟิวเตอร์สีแดง หรือส้ม ใส่กรองสีฟ้าออกไปจะช่วยให้ถ่ายภาพใต้น้ำได้เหมือนที่ตาเห็นมากขึ้นครับ
ข้อแนะนำในการถ่ายภาพใต้น้ำโดยใช้ Marine Pack นอกจากใช้สองมือประคองเจ้าลูกโป่งให้นิ่งที่สุด และหาฟิวเตอร์สีแดง หรือไฟฉายใต้น้ำมาช่วย ต้องพยายามซูมเลนส์ให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้สั่นไหวจากการโดนน้ำพัดตลอดเวลา ถ้าอยากถ่ายอะไรเล็กๆ ให้ซูมซักหน่อย แล้วว่ายไปใกล้ๆ ดีกว่า(ถึงแม้จะกดกล้องไม่ค่อยลง) ก่อนถ่ายต้องสำรวจดูรอบตัวด้วยว่ามีอะไรอันตรายหรือเปล่า ส่วนใหญ่ก็หอยเม่นแหละครับ ที่ไปคราวนี้อยู่กันเป็นแก๊งค์ โดนตูมเดียวนี่พรุนเลยทีเดียว เพราะเวลาตอนเราถ่ายๆ นี่ น้ำมันจะพัดตัวเราให้ลอยไปไม่รู้ตัว ยิ่งตั้งใจถ่ายมากยิ่งลืมดูรอบๆ ที่ไปคราวนี้ก็หวิดจะโดนหลายทีแล้วเหมือนกัน
ระหว่างนั่งเรือจากจุดดำน้ำไปจุดอื่น ผมแนะนำให้เปิดฝากล่อง Marine Pack และห้ามวางตากแดดเด็ดขาด เพราะไกล้องจะฮีท และควรติดผ้าแห้งเอาไว้เช็ดหน้าเลนส์ เผื่อเวลาขึ้นฝั่งถ่ายชายหาดหรือริมทะเล
และถึงแม้ผมจะบ่นว่าการใช้เจ้ากล่องนี้เหมือนกดลูกโป่งลงน้ำ ใช้งานลำบากซักหน่อย แต่ข้อดีก็คือช่วยให้สามารถถ่ายได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็สามารถถ่ายได้ทั้งหมด โดยเฉพาะใต้น้ำ หรืออาจจะใช้ในงานสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามา จะได้เก็บไว้สำหรับเป็นที่ระลึก หรือมาฝากให้ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงดูถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียวครับ
สรุป
กล้องวีดีโอ Sony Handycam HDR CX-150 เป็นกล้องวีดีโอที่น่าใช้ตัวหนึ่ง ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ดูทันสมัย ฟังก์ชั่นที่ให้มาก็ครอบคลุมการใช้งานทั่วไป เลนส์ซูมได้ถึง 25 เท่า คุณภาพไฟล์วีดีโอที่ได้นั้นดีมาก ยิ่งถ้าเปิดระบบ iAuto จะเพิ่มความง่าย มีโหมดที่เพิ่มความสนุกอย่าง โหมดถ่ายภาพโสว์โมชั่น แต่เนื่องจากขนาดที่ต้องการให้เล็ก จึงต้องลดหน่วยความจำลงจากฮาร์ดดิส ให้เป็นแบบแฟลชรอมหรือเมมโมรีการ์ดฝังในตัวแทน แต่ก็ยังสามารถใส่หน่วยความจำภายนอกได้ทั้งเมมโมรี่สติ้กและ SD ตัดฟังก์ชั่นที่ใช้น้อยๆ อย่างแฟลชในตัวกับช่องต่อแฟลชนอก แต่สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้ ทางโซนี่มีให้ซื้อเพิ่มแบบไฟเสริมข้างนอกได้ครับ
อะไรที่อยากให้ปรับปรุง
ถ้าถามผมว่าอยากได้อะไรเพิ่มจากกล้องตัวนี้ ผมคงบอกว่า อยากได้เลนส์กว้างกว่านี้ ส่วนกล่อง Marine Pack อยากได้ขนาดพอดีกับกล้องครับ
ข้อดี
- ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
- ซูมได้ถึง 25 เท่า
- ใช้งานง่าย
- ถ่ายในที่แสงน้อยได้เยี่ยม
- ความเร็วในการเปิดกล้องเร็วมาก
- จอ LCD แบบทัชสกรีน หมุนพับได้ 360 องศา
ข้อเสีย
- เลนส์มุมแคบ
- ตัดฟังก์ชั่นที่สำคัญออกอย่างแฟลช
- กล่อง Marine Pack ขนาดใหญ่ ใช้งานลำบาก
- อุปกรณ์มาตรฐานในกล่องไม่ได้แถมแท่นชาร์จ ต้องชาร์จผ่านกล้องโดยตรง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม
www.sony.co.th